โปรแกรมตระเตรียมอนุบาลจัดแจงเด็กเพื่อการบรรลุผลทางด้านวิชาการผ่านโรงเรียนประถมศึกษา

นักค้นคว้าพบว่าวัยก่อนเข้าโรงเรียนของบิดามารดาที่ร่วมในโครงงานทำผลงานทางด้านวิชาการเจริญขึ้นได้รับความชำนาญด้านอารมณ์ทางด้านสังคมที่แล้วก็จะต้องใช้บริการของสถานศึกษาลดลงเมื่ออยู่ในชั้นประถมศึกษาเล่าเรียนปีที่ 3

กะเหรี่ยง Bierman ศ.จ.ทางด้านจิตวิทยา Evan Pugh บอกว่าเพราะเหตุว่าการเปลี่ยนจากโรงเรียนสำหรับสอนเด็กอนุบาลไปอนุบาลเป็นช่วงๆในช่วงเวลาที่สำคัญในการปรับปรุงเด็กๆคุณแล้วก็นักค้นคว้าผู้อื่นอยากช่วยบิดามารดาโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีทรัพยากร จำกัด – ตั้งเด็กไว้ สำหรับการบรรลุเป้าหมาย

“หลายครอบครัวกลุ่มนี้ไม่มีทรัพยากรทางด้านการเงินเพื่อหาจังหวะสำหรับในการศึกษาประเด็นการสร้างเสริมความสามารถให้แก่ลูกหลานของตัวเองในแบบที่มีรายได้มากยิ่งขึ้นบางครั้งอาจจะ” Bierman กล่าว “คนจำนวนไม่น้อยยังขาดการเข้าถึงการดูแลเด็กที่เยี่ยมที่สุดหรือโรงเรียนสำหรับสอนเด็กอนุบาลแผนการนี้สามารถช่วยทำให้พวกเขาแล้วก็ให้พวกเขาสิ่งที่พวกเขาสามารถทำในบ้านของตนลดช่องว่างทรัพยากรบางสิ่งที่.”

การเรียนรู้ซึ่งพิมพ์ในวันนี้ (4 เดือนมิถุนายน) ใน JAMA Pediatrics พบว่านอกจากไปจากผลตอบแทนทางด้านวิชาการและก็ทางด้านสังคมแล้วเด็กๆผู้ดูแลที่เข้ารับการเรียนยังรายงานปัญหาเรื่องความประพฤติของลูกน้อยแล้วก็การอุปการะที่คลายเครียดด้วย

โปรแกรมนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนเพิ่มเติมของโครงงาน Head Start REDI (โครงงานทำการศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยก่อนวัยศึกษา) ซึ่งเป็นแผนการสถานที่เรียนที่มุ่งช่วยเด็กๆจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยสร้างความชำนาญเพื่อช่วยทำให้พวกเขาประสบผลสำเร็จในสถานศึกษา

“ทั้งคู่โปรแกรมได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยทำให้เด็กๆปรับปรุงความถนัดด้านการตระเตรียมสำหรับการศึกษาโดยยิ่งไปกว่านั้นความถนัดด้านภาษาแล้วก็การอ่านออกเขียนได้แล้วก็ยังมีความถนัดด้านอารมณ์ด้านสังคม” Bierman กล่าว “แต่ว่าขณะที่โปรแกรมในห้องเรียนเกี่ยวพันกับคุณครูสถานที่ทำงานกับกรุ๊ปเด็กแผนการบ้านได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยทำให้บิดามารดาปฏิบัติงานร่วมกับลูกหลานของตนเองเกี่ยวกับความถนัดพวกนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรยากาศรื้นเริงและก็สนิทสนม”

อาทิเช่น Bierman ชี้แจงกิจกรรมที่ห้องอาหารสำหรับบิดามารดารวมทั้งเด็กเล่น โปรแกรมนี้ให้คำปรึกษาแก่ผู้ดูแลสำหรับการตั้งค่าเกมรวมทั้งรายละเอียดที่จะใช้ในกิจกรรม

คุณกล่าวว่าในเวลาที่เล่นด้วยจินตนาการของพวกเขาเกิดเรื่องที่สนุกสนานสำหรับเด็กๆพวกเขายังได้ฝึกซ้อมตัวหนังสือรวมทั้งความถนัดทางภาษาของพวกเขาด้วยในเวลาที่พวกเขาพา “ลำดับ” ของบิดามารดารวมทั้งผสมน้ำซุปตัวหนังสือ นอกจากนั้นโปรแกรมยังสอนผู้ดูแลสำหรับเพื่อการใช้หนังสือภาพเพื่อเริ่มการคุยกันกับเด็กๆเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจสึกรวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับทางสังคม

“หลักนิทานแล้วก็เกมการพูดคุยของพวกเราให้บิดามารดาเป็นแนวทางที่ง่ายเพื่อลูกๆของพวกเขาคุยกับพวกเขาเกี่ยวข้องกับความรู้สึกและก็ประสบการณ์ทางด้านสังคมของพวกเขา” Bierman กล่าว “บทพูดกลุ่มนี้แสดงให้เด็กมีความเห็นว่าบิดามารดาของพวกเขาเป็นผู้ที่พวกเขาสามารถคุยเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจสึกแล้วก็ปัญหาได้”

Bierman เสริมว่าพวกเขามานะที่จะเน้นย้ำว่ามีคุณค่าแค่ไหนสำหรับการผูกมิตรระหว่างบิดามารดากับลูกเป็นแหล่งเกื้อหนุนด้านสังคมในขณะเด็กๆเข้าห้องเรียนในสถานที่เรียนตลอดจนแหล่งกิจกรรมที่น่าดึงดูดและก็การพูดคุยกัน

“เมื่อเด็กๆคุ้นชินกับการเสวนากับบิดามารดาเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจสึกของพวกเขาพวกเขาสามารถใช้บิดามารดาของพวกเขาเพื่อช่วยทำให้พวกเขาจัดแจงกับความท้าในชีวิตประจำวันที่พวกเขาได้รับเมื่อปรับพฤติกรรมกับสถานที่เรียน” Bierman กล่าว

ขณะที่นักค้นคว้าพบว่าเด็กที่ร่วมในแผนการส่งผลการศึกษาเล่าเรียนที่ดียิ่งขึ้นรวมทั้งความรู้ความเข้าใจด้านสังคมในโรงเรียนสำหรับสอนเด็กอนุบาลกลุ่มอยากรู้ว่าผลตอบแทนพวกนั้นจะขยายไปในทางวิชาการหรือเปล่า

นักค้นคว้าได้แบ่งประเภทเด็กและก็ครอบครัวปริมาณ 200 ร่วมแผนการห้องเรียน REDI แล้วก็แบ่งได้เป็นสองกรุ๊ปเป็นกรุ๊ปที่ร่วมแผนการการอุปถัมภ์ค้ำชู REDI และก็กรุ๊ปควบคุมที่กำลังจะได้รับชุดการศึกษาทางเลขแบบอื่นๆจดหมาย.

นักค้นคว้าได้ประเมินกรุ๊ปเด็กทั้งคู่เพื่อประเมินผลการศึกษาเล่าเรียนการปรับตัวด้านสังคมอารมณ์ของตัวเองปัญหาที่บ้านและไม่ว่าพวกเขาจะใช้บริการเพิ่มเติมอีกในสถานที่เรียนไหม